ข้อมูลสุขภาพเพศ > ข้อมูลสุขภาพเพศหญิง
เตรียมตัวสำหรับการเป็น “แม่” ในยุคโควิด-19
โดย Besins Healthcare
วันที่เผยแพร่: 24 มิถุนายน 2564
จำนวนการเข้าชม: 434
TAG: #โควิด-19 #สุขภาพเพศหญิง

เตรียมตัวสำหรับการเป็น “แม่” ในยุคโควิด-19


เราทุกคนต่างรับรู้ถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 (Covid-19) ที่ยืดเยื้อยาวนานมาเป็นเวลาปีกว่า จนปัจจุบันยังไม่มีแนวโน้มที่จะจบลงได้ในเร็ววันนี้ การระบาดครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนนี้ได้ส่งผลกระทบไปทั่วทุกวงการ วงการสตรีไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราตระหนักและให้ความสำคัญกับสุขภาวะสตรี โดยเฉพาะ สตรีที่กำลังวางแผนที่จะเป็น “แม่”

ในฐานะที่เป็นสูตินรีแพทย์และแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลและสร้างเสริมสุขภาวะสตรีตั้งครรภ์โดยตรง จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูลให้กับสตรีไทยทุกท่านที่กำลังเตรียมตัวตั้งครรภ์ในช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้

เชื้อไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว (โรคอ้วน เบาหวาน มะเร็ง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตวายเรื้อรัง) และแน่นอนว่า สตรีที่ตั้งครรภ์ก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนี้ด้วย

ตั้งครรภ์ช่วงโควิดเสี่ยงแค่ไหน?

แน่นอนว่านี่คือคำถามที่เกิดขึ้นในใจผู้ที่วางแผนจะเป็นคุณแม่หลายๆคน แต่ในช่วงระยะเริ่มต้นของการระบาด ข้อมูลที่เชื่อถือและพิสูจน์ได้ยังมีน้อยมากเนื่องจาก โควิด-19 เป็นสิ่งใหม่ แต่เมื่อการระบาดล่วงเลยมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ข้อมูลทางด้านสาธารณสุขจึงมีมากขึ้นเรื่อยๆจนพอจะสรุปได้ว่า สตรีตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป และอาจถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวและพึ่งเครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียู และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนดังนี้

  • เลือดแข็งตัวผิดปกติ

  • ภาวะครรภ์เป็นพิษ

  • ทารกเสียชีวิตในครรภ์

  • ทารกคลอดก่อนกำหนด

  • ทารกน้ำหนักตัวน้อย

  • ทารกติดเชื้อและต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียูของทารกแรกเกิด


ความหวังที่จะป้องกันสตรีมีครรภ์จากโควิด และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้คงจะมีเพียง “วัคซีน” ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จะก่อให้เกิดอันตรายแก่สตรีตั้งครรภ์สูงกว่าคนทั่วไป ดังนั้นราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยจึงได้เล็งเห็นว่าสตรีตั้งครรภ์และสตรีให้นมบุตรเป็นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้มากกว่าได้รับความเสี่ยงที่อาจเกิดจากผลข้างเคียง จึงออกประกาศข้อแนะนำในการฉีดวัคซีนสำหรับสตรีตั้งครรภ์


ข้อมูลจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย (คลิก)

ทำให้เราทราบถึงแนวทางปฏิบัติค่อนข้างชัดเจนแล้วสำหรับสตรีตั้งครรภ์และสตรีที่ให้นมบุตร แต่สำหรับหลายๆท่านที่กำลังเตรียมตัวจะตั้งครรภ์สามารถรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้หรือไม่และควรฉีดในช่วงเวลาใด หมอขอสรุปคำแนะนำง่ายๆ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้


  1. สตรีที่เตรียมตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้เลย หากได้รับการฉีดวัคซีนครบตามจำนวนเข็มที่กำหนดแล้ว ควรคุมกำเนิด 1 เดือน หลังจากนั้นสามารถปล่อยตั้งครรภ์ได้

  2. สตรีที่เตรียมตั้งครรภ์จากการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF หรือ ICSI)

    1. ในระหว่างกระบวนการกระตุ้นไข่ สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ไปพร้อมกันได้ โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนห่างจากวันที่เก็บไข่เป็นระยะเวลา 2-3 วัน (ก่อนหรือหลังเก็บไข่ก็ได้) เนื่องจากหากเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังจากการฉีดวัคซีนหรือจากการเก็บไข่จะได้ไม่เกิดความสับสน และได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงที 

    2. ในระหว่างกระบวนการเตรียมใส่ตัวอ่อน แนะนำให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ครบตามจำนวนเข็มที่กำหนดก่อน แล้วจึงมาดำเนินการเตรียมผนังมดลูกเพื่อใส่ตัวอ่อน โดยให้เว้นระยะห่างจากวัคซีนเข็มสุดท้ายเป็นเวลา 1 เดือน แต่หากกรณียังไม่สามารถนัดคิวฉีดวัคซีนได้และคาดการณ์ว่าอาจต้องรออีกหลายเดือน สามารถดำเนินกระบวนการใส่ตัวอ่อนก่อนได้ จากนั้นรอจนตั้งครรภ์ 3 เดือน แล้วจึงเข้ารับการฉีดวัคซีนได้เช่นกัน

  3. สตรีที่ตั้งครรภ์แล้ว(ตั้งครรภ์ธรรมชาติและจากการทำเด็กหลอดแก้ว) สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้หลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ (3 เดือน) เพื่อให้พ้นช่วงที่ทารกกำลังสร้างอวัยวะต่างๆของร่างกาย และมีการเจริญเติบโตแข็งแรงพอสมควรแล้ว


อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 คือสตรีที่ใช้ยาคุมกำเนิดอยู่นั้นสามารถรับวัคซีนได้หรือไม่และมีผลทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดแข็งตัวมากขึ้นจริงหรือ 


ทางราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยและกรมควบคุมโรคได้ออกประกาศมาเพื่อยืนยันความมั่นใจให้กับสตรีไทยว่า จากการรวบรวมการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในสตรีทั่วโลกและในประเทศไทยซึ่งมีผู้ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมอยู่ด้วย ไม่พบว่ามีการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดอุดตันแต่อย่างใด ดังนั้นผู้ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนทุกชนิดสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้โดยไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ยา


กรณีที่ท่านยังมีความกังวลใจเกี่ยวกับระดับฮอร์โมนที่สูงในร่างกายในช่วงที่กำลังจะเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ท่านสามารถหยุดใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนและคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นได้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ หรือกรณีที่ท่านกำลังเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นไข่เพื่อทำเด็กหลอดแก้ว สามารถเลื่อนการกระตุ้นไข่ออกไปในเดือนถัดไปได้หลังจากได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว


ข้อมูลอ้างอิง:

ประกาศราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ 06/2564


ผู้เขียน :

พญ. ปรวัน ตั้งธรรม

สูตินรีแพทย์และแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธ์ุ (Genesis Fertility Center : GFC)

เจ้าของเพจ: มีลูกยาก ปรึกษาหมอมิ้งค์



บทความที่เกี่ยวข้อง